กลับมาจากดูพระอาทิตย์ขึ้น รีบไปทานข้าว ซื้อเสบียงเตรียมตัวไปเดินทางไกลตลอดทั้งวัน

ระยะทางทั้งหมดที่ต้องเดินเท่ากับ 20 กว่ากิโล เริ่มต้นจากที่ทำการอุทยาน ผ่านน้ำตก 5 แห่งและสิ้นสุดลงที่ผาหล่มสัก อันเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกชื่อดังที่เห็นบ่อยๆบนโปสต์การ์ด 

 9 โมงกว่า ผมเดินตัวปลิวออกจากที่พัก หิ้วถุงพลาสติกใส่ข้าวกล่องกับน้ำดื่มไปด้วย ดูเหมือนแม่บ้านออกไปจ่ายตลาดยังไงอย่างงั้น...

 

เดินเข้าป่าคนเดียวมีเสียวเล็กน้อย เพราะหนทางมันค่อนข้างเปลี่ยว บางช่วงกำลังเดินเพลินๆหันซ้ายกันขวาดูอีกที อ้าว  นักท่องเที่ยวที่เคยเดินเกาะกลุ่มกันก็หายหน้าไปหมด เหลือเราโด่เด่อยู่คนเดียวกลางป่า ฉะนั้นจึงไม่ขอแนะนำให้สาวๆใจกล้าที่ไหนเดินทางมาคนเดียว เพราะมันเสี่ยงเกิน อาจจะถูกลิงหื่นในป่าจับไปทำมิดีมิร้ายเอาได้ 

ขอบอกว่าเดินป่าที่นี่โคตรเพลิน ให้เดินทั้งวันก็ไม่เกี่ยง จากประสบการณ์ที่เคยไปเดินป่ามาบนเทือกเขาทางใต้ มันจะเป็นป่าแบบร้อนชื้น  เดินแล้วเหงื่อซ่ก ตัวเหม็น แถมหน้ามันอีกต่างหาก (ไม่นับฝูงทากอีกเป็นร้อยที่รอโจมตี) แต่ที่นี่อากาศเย็นสบาย ถึงจะเหนื่อยก็ไม่มีเหงื่อ ชอบๆ ระหว่างทางเจอกลุ่มนักท่องเที่ยวจากฝรั่งเศสท่าทางเป็นมิตรเข้ามาชวนคุย ก็พูดจาทักทายกันพอเป็นพิธี สอบถามได้ความว่าเป็นนักศึกษา(บ้านเค้านี่น่าอิจฉานะ ได้เที่ยวไกลๆตั้งแต่เด็ก)เพิ่งเดินทางมาจากภูเก็ต คาดว่าคงเที่ยวทะเลมาแล้วเต็มที่ เลยเปลี่ยนบรรยากาศมาลองขึ้นเขาดู เดินไปสักพักเจอขี้ช้างสดๆ อยู่ข้างทาง ชักเสียวเพราะเห็นป้ายเตือนตลอดทางว่าให้ระวังสัตว์ป่า กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสพวกนั้นก็กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ บอกว่าอยากเจอช้างจริงๆกลางป่า ต้องอธิบายให้ฟังว่าช้างป่ามันไม่ได้เชื่องเหมือนช้างในสวนสัตว์นะ(เว้ย)  ยู(มึง)ไม่เจอมันนั่นแหละโชคดีแล้ว...ฮ่วย! 

น้ำตกเกือบทุกแห่งที่ไปก็มีสภาพเป็นน้ำตกแคระ มีน้ำไหลกะปริบกะปรอยน่าสงสารมาก (อย่างในรูปนั่นแล)ไอ้ที่เคยเห็นจากนิตยสารท่องเที่ยวทั้งหลายนี่ลืมไปได้เลย ไม่มีหรอกครับ 

หลังจากเอาเท้าแหย่ๆ ลงในน้ำตกแห่งแรก(ประมาณว่า มาถึงแล้วนะ) ก็รีบเดินทางต่อไปยังน้ำตกแห่งที่สอง (ได้โปรดอย่าถามชื่อน้ำตก เจ้าของบล็อกเป็นคนขี้ลืมและไม่ชอบถ่ายรูปกับป้าย) ทุกแห่งก็มีสภาพไม่ต่างกัน ก็สวยดี...แต่ไม่มีน้ำ

 

 พยายามสอดส่ายสายตามองหาใบเมเปิ้ลสีแดงบริเวณน้ำตก เจอหลายใบร่วงอยู่บนพื้น แต่form มันไม่สวย ต้องเอามาวางจัดฉากใหม่ เพื่อให้ได้รูปสวยๆอย่างที่ต้องการ (อนึ่ง ค่อนข้างมันใจว่าใบเมเปิ้ลสวยๆที่เห็นในรูปถ่ายตามโปสต์การ์ดหรือนิตยสารนั้น...ผ่านการจัดฉากมาซะเกินครึ่ง)  

ก่อนจะเดินทางต่อไปยังผาหล่มสัก ตอนนั้นเที่ยงพอดี เลยกะว่าจะพักกินข้าวที่น้ำตกเพ็ญพบ (หิวตาลาย เกรงว่าเดินต่อไปอาจจะเป็นลมให้ได้อายชาวประชาบนภูกระดึง)อาหารคำแรกกำลังจะเข้าปาก ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวดังแว่วมาจากหลังพุ่มไม้...ชำเลืองมองแว่บนึง แอบหวังเล็กๆให้เป็นกลุ่มน้องๆจากมช.เมื่อเช้า...(อาการหนักแล้วมึง)  ปรากฏว่าเป็นกลุ่มเด็กมัธยมต้น...อืมมมม...พรากผู้เยาว์กลางป่านี่คงได้ลงข่าวหน้าหนึ่งแน่ๆ  

 นี่ไงมึง ถึงแล้ว น้ำตกเพ็ญพักตร์ น้องผู้หญิงในกลุ่มร้องตะโกนบอกเพื่อนเสียงดังด้วยความดีใจ...แถมเปลี่ยนชื่อให้เสร็จสรรพ...จากเพ็ญพบกลายเป็นเพ็ญพักตร์เฉยเลย

 

 

โชคดีที่ยังไม่เริ่มกิน ผมเก็บข้าวใส่ถุง รีบจ้ำอ้าวออกจากตรงนั้น เพราะเสียงของกลุ่มน้องๆดังสนั่นหวั่นไหวขนาดที่ช้างป่าได้ยินก็คงเผ่นเข้าป่าแทบไม่ทัน...

 

กว่าจะมีที่ใหม่ให้ได้นั่งพักทานข้าวก็โน่น...เดินไปอีกกิโลกว่าๆ  ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่จับสัตว์ป่าข้างทางมากินดิบๆซะก่อน...

edit @ 8 Feb 2008 14:07:44 by yatiko

Comment

Comment:

Tweet

สุขสันต์วันวาเลนไทน์คับพี่ ^^

#8 By PiiE on 2008-02-14 15:14

รอภาค 4 big smile

ใบเมเปิ้ล เหมือนมันจะเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของภูกระดึงเลยนะคะ

#7 By K w a n g ! ! on 2008-02-13 22:35

ตามมาอ่านถึงตอน 3 แล้ว

อยากไปเหมือนกันนะที่นี่ แต่ชวนเพื่อนแล้ว ไม่มีใครอยากไปเลย tongue

สักวันคงได้ไป

แต่ตอนนี้ เท่าที่ตามอ่านดู ก็สนุกแล้วครับ รูปที่ถ่ายมาสวยมากเลย big smile

#6 By นายป้อ on 2008-02-08 22:20

รูปสุดท้าย --พบอีกทีกลายเป็น "เดอะ ฮัช"
ถ่ายรูปส่วยมากค่ะ ชักอยากไปภูกระดึงซะแล้ว

#5 By Menamarea on 2008-02-08 20:56

หน้านี้หน้าแล้ง
น้ำตกเลยแห้งขอดแบบนั้นล่ะมั้ง

55

big smile
aim : หึ หึ หึ รูปสุดท้ายไม่บรรยายเหรอ?

#3 By aim on 2008-02-08 17:35

ทักทายพี่ด้วย ล๊อคอินใหม่ ^^
พีก็ว่าใครว้า กวีศักดิ์
รู้จักแต่พี่ยติโก ตกลงใช่พี่ใช่มะคับ?

พี่ยังอัพบลอคสนุกเหมือนเดิมเลย
แอบติดใจสาวมช.หรอพี่ อิอิ

^^

#2 By PiiE on 2008-02-08 14:59

ทำงานแถวนั้นเป็นปี
ไม่ยักเคยขึ้นนะเรา
ชมภาพของคนอื่นเค้า
ละกัน
big smile

#1 By แก้วตา on 2008-02-08 14:04