หญิงสาวที่กำลังยืนรูดเสาอยู่ในร้านสองข้างทางทำให้ผมรู้สึกอยากกลับไปนอนที่โรมแรมเร็วๆ
.
ผมเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรหรอก ถ้าเป็นช่วงเวลาอื่นผมอาจจะแวะยืนดูไปแล้ว แต่ความรู้สึกในตอนนั้นพูดได้คำเดียวว่ามัน "เกินไป"มากๆ ทั้งที่ตอนแรกที่เตรียมใจไว้แล้ว แต่ไม่คิดว่ามันจะขนาดนี้
นับตั้งแต่ลงจากเรือมาจนถึงที่พัก สิ่งที่ได้เจอคือถนนหนทางที่รถราคับคั่งและเสียงอึกทึกครึกโครม นี่ยังไม่นับ แม็คโคร โลตัส บิ๊กซี ที่เปิดเรียงกันเป็นหน้ากระดาน ใครอยากดูหนังหรือโยนโบล์ ที่นี่ก็มีเมเจอร์ไว้ให้บริการครบครัน...
พอมาถึงที่พักที่หาดเฉวง คราวนี้บรรลุขั้นสุดยอดไปเลย เพราะที่เห็นตรงหน้านี่มันพัทยาชัดๆ(ถ้าตั้งใจสักนิดคาดว่าผมคงจะเจอ ping pong show ที่นี่แน่ๆ) ยิ่งกลางคืนนี่ยิ่งแล้วใหญ่ เดินออกมาจากที่พักไม่กี่สิบเมตรเพื่อออกมาซื้อของที่เซเว่นก็สัมผัสได้ทันทีถึงความบ้าคลั่ง อย่างน้อยน้องผู้หญิงที่กำลังตั้งหน้าตารูดเสาอยู่ในร้านใกล้ๆคงช่วยยืนยันข้อนี้ได้เป็นอย่างดีหลังจากเดินซึมซับบรรยากาศบ้าบอคอแตกเหล่านั้นจนสาแก่ใจ เลยตัดสินใจซื้อเครื่องดื่มไปนั่งซดที่ชาดหาดของโรงแรมแบบเงียบๆดีกว่า นับว่าโชคยังดีที่บริเวณโรงแรมเสียงไม่ดังเท่าไหร่นัก ใครคาดหวังว่าจะมานั่งเงียบๆที่ริมหาดเฉวงก็ขอให้คิดใหม่ เพราะผับทั้งหลายที่เปิดเรียงรายอยู่ตลอดแนว ต่างก็เปิดเพลงแข่งกันตลอดทั้งคืน
คำว่าไปทะเลที่ไหนก็เหมือนกันใช้ไม่ได้กับที่นี่ หาดทรายเต็มไปด้วยรอยเท้านับล้านย่ำไปมาจนบอบช้ำ เสียงคลื่นที่กระทบฝั่งฟังดูอ่อนล้า อาจเป็นเพราะทะเลเหน็ดเหนื่อย เสียงคลื่น เสียงลมเลยยอมแพ้อย่างราบคาบให้กับเสียงเพลงฮิปฮอปจากลำโพงที่แผดเสียงก้องอยู่บนหาดทรายขาว...
ผมตัดสินในกลับไปนอนเพราะดึกมากแล้ว ขากลับเดินสวนทางกับลุงฝรั่งอ้วนๆที่พักอยู่ละแวกใกล้เคียงกันเดินควงมากับสาวไทยอายุไม่น่าจะเกินยี่สิบ นี่อาจจะเป็นสินค้าโอทอปขายดีของเกาะสมุยอย่างที่คุณแม่ของเพื่อนบอกกับผมเมื่อตอนบ่ายก็เป็นได้
.
ผมตื่นแต่เช้าเพื่อจะไปเดินริมหาด เชื่อรึเปล่าว่าเวลาหกโมงเช้า เสียงเพลงยังคงแผดก้องอย่างไม่ยอมหยุดพัก ถ้าหากหาดเฉวงเปรียบเป็นผู้หญิง เธอคนนี้คงถูกข่มขืนซ้ำซาก ไม่มีช่วงเวลาให้หยุดพักหายใจแม้เสี้ยววินาที
เช้าวันนั้นเราเช็คเอาท์ออกจากรีสอร์ทอย่างไม่ลังเล และขับรถตระเวนรอบเกาะหนึ่งวันเต็มๆ เพื่อไปต่อยังเกาะพะงัน ที่ๆน่าจะมีพื้นที่ให้เราหายใจมากกว่านี้..
ผมจากสมุยมาอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่อยากนึกโทษสิ่งใด ผมเชื่อว่าสมุยจะต้องมีสิ่งดีๆซ่อนอยู่ตรงใหนสักแห่ง แต่เป้นโชคร้ายของผมเองที่ไม่เจอมัน ผมเชื่อว่าสมุยไม่ได้ตั้งใจทำร้ายผม..
ผมไปถึงพะงันตอนพลบค่ำ บรรยากาศที่นี่เป็นมิตรกว่ามาก รู้สึกว่าสามารถสูดอากาศได้เต็มปอดและไม่มีความรู้สึกว่าโดนบีบอัดจากอะไรสักอย่าง
หลังจากโทรหาเพื่อนเจ้าเก่าให้มารับที่ท่าเรือ ผมไปยืนรอมันหน้าเซเว่น มองดูรถราแล่นผ่านไปมา ฟังเสียงเรือที่กำลังจะเข้ามาเทียบท่า หรือบางลำที่กำลังจะจากไป เหมือนหลายๆคนที่วนเวียนเข้ามาในชีวิต และพร้อมที่จะจากไปโดยทิ้งระลอกคลื่นกระเพื่อมไปมาในแสงไฟไว้เป็นที่ระลึก...
ผมเลือกบ้านพักขนาดใหญ่ มีสามเตียงนอน แต่มีผมนอนอยู่แค่คนเดียว...เพื่อทรมานตัวเองเล่นๆ
คืนนั้นผมหลับไปด้วยความเหน้ดเหนื่อยจากการตระเวณมาทั้งวัน ตั้งเวลาปลุกไว้ตอนตี 5 เพราะสำหรับผมแล้ว ดวงอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า ทีความหมายกับผมเสมอ
ผมเชื่ออย่างนั้น..
ยติโก 04/11/2007
อยู่ๆก็ไปอยู่ๆก็มานะแก