2008/May/16

สมัยที่ผมเด็กๆ ผมพบว่าอยู่ดีๆร้านขายของชำแถวบ้านก็มีตู้ขายไอติมวอลล์มาวางไว้หน้าร้าน สำหรับเด็กอายุไม่ถึงสิบขวบ แค่นั้นก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นแล้ว

ผมรีบกลับบ้าน ขอตังค์แม่ แล้วรีบปั่นจักรยานไปยังร้านดังกล่าวแทบจะทันที ชั่วอึดใจตู้ไอติมก็อยู่ตรงหน้า ข้างในละลานตาไปด้วยไอติมหลากรสหลายสีสัน (และหลายราคาเช่นกัน) เรียกได้ว่าสวรรค์รำไรอยู่ตรงหน้าเลยทีเดียว

ผมเปิดตู้ เอามือควานไปทั่ว หยิบอันนู้น วางอันนี้มั่วไปหมด อันนี้ก็น่ากิน อันนี้ก็น่าอร่อย อ๊ะ อันนี้เหมือนในโฆษณา แต่พอเหลือบดูราคาก็ต้องวางกลับที่เดิมเพราะเกินงบที่แม่ให้มา ผมสาละวน หยิบๆวางๆจนลืมไปว่าตัวเองเปิดตู้ทิ้งไว้นานเกินไปซะแล้ว

ในที่สุด ป้าเจ้าของร้านก็เดินเข้ามา คงหงุดหงิดที่เห็นไอ้เด็กนี่เลือกไม่ได้ซะที

"เลือกได้รึยังจ๊ะ" ป้าถามน้ำเสียงเรียบๆ

"ยังครับ" เริ่มหวาดๆแฮะ แม้ว่าปกติป้าแกจะเป็นคนใจดีก็ตามที

"เปิดตู้ทิ้งไว้นานๆป้าเปลืองไฟนะ" นั่นไง ป้าเข้าประเด็นแล้ว...

"เอางี้มั๊ย ปิดตู้ก่อน แล้วเลือกจากข้างนอกก็ได้ ตัดสินใจได้แล้วค่อยหยิบขึ้นมาจ่ายตังค์"

.

เย็นวันนั้นผมเลือกไอติมขึ้นมา ได้ทานมันอย่างอเร็ดอร่อยสมใจ...

.

.

ปัจจุบันผมไม่ชอบทานไอติมเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ซื้อทานบ้างนานๆทีเพียงแต่ไม่รู้สึกว่ามันอร่อยสุดแสนเหมือนเมื่อตอนเด็กๆแล้ว และแน่นอน ผมเลือกไอติมได้เร็วขึ้น ส่วนมากจะคิดไว้ก่อนแล้วว่าอยากกินไอติมรสอะไร ก่อนที่จะเปิดตู้...

ผมอยากให้ทุกเรื่องในชีวิตง่ายเหมือนการเลือกซื้อไอติม รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร รสชาติแบบใหน แค่เปิดตู้ หยิบมันออกมาแล้วก็กิน แค่นั้นจบ...

แต่ที่เป็นอยู่ มันเหมือนกับบางครั้งผมตอบตัวเองไม่ได้ว่าผมต้องการอะไร ผมทำได้แค่ยืนงงงวยอยู่หน้าตู้ไอติม ไม่รู้ว่าตัวเองจะเลือกอันใหนดี หรืออย่างเลวร้ายที่สุด ผมอาจจะไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าผมอยากกินไอติมจริงๆรึเปล่า?

สถานการณ์มันยิ่งแย่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะยิ่งผมอยู่ตรงนั้นนานขึ้นเท่าไหร่ ผมก็จะยิ่งงงขึ้นทุกที บางครั้งอาจจะมีคนรอคิวอยู่ข้างหลังผม และคงกำลังสงสัยว่าหมอนี่ทำบ้าอะไรของมันอยู่ นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่ามากยิ่งขึ้นเท่านั้น...

 

ถ้าชีวิตเราเหมือนกับการซื้อไอติมที่แค่ชอบ เลือก หยิบ จ่ายตังค์ แล้วก็ทานได้เลย คงไม่มีอะไรยอดเยี่ยมเท่านี้อีกแล้ว.

 

 

2008/May/01

wake me up when september end

(greenday)

Summer has come and passed
The innocent can never last
wake me up when september ends

like my fathers come to pass
seven years has gone so fast
wake me up when september ends

here comes the rain again
falling from the stars
drenched in my pain again
becoming who we are

as my memory rests
but never forgets what I lost
wake me up when september ends

summer has come and passed
the innocent can never last
wake me up when september ends

ring out the bells again
like we did when spring began
wake me up when september ends

here comes the rain again
falling from the stars
drenched in my pain again
becoming who we are

as my memory rests
but never forgets what I lost
wake me up when september ends

Summer has come and passed
The innocent can never last
wake me up when september ends

like my father's come to pass
twenty years has gone so fast
wake me up when september ends
wake me up when september ends
wake me up when september ends

 

บางครั้ง ผมอยากจะหลับไปเฉยๆ ไม่ได้อยากตาย แค่อยากหลับตา แล้วตื่นอีกทีเมื่ออยากตื่น

แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าผมจะสามารถตื่นด้วยตัวเองได้รึเปล่า ผมกลัวที่จะหลับไปเลยตลอดกาล แต่ก็ไม่อยากตื่นขึ้นมาโดยที่ยังไม่พร้อม ตื่นขึ้นมาโดยที่ยังรู้สึกว่างเปล่า ว่างเปล่าเหมือนก่อนที่ผมจะหลับตา

 

ถึงเวลานั้น ใครก็ได้ที่ผ่านมา ช่วยปลุกผมด้วย ปลุกผมขึ้นมาอีกครั้ง หากยังมีใครต้องการให้ผมตื่น หรือคิดว่าผมนอนหลับนานเกินไปแล้ว

 

เพราะไม่งั้น ผมคงเผลอหลับไปตลอดกาลจริงๆ.

2008/Mar/02

"เราเคารพการตัดสินใจของแก"

ผมพูดอย่างนี้เสมอ และพยายามบังคับตัวเองให้คิดให้ได้อย่างที่ตัวเองพูด

ผมเชื่อว่าคนเราย่อมคิดก่อนตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง จะดีหรือเลวยังไงแล้วแต่ คนเราย่อมคิดก่อนทำ

 

บ่อยครั้งที่ผมเคยได้ยินคำพูดประเภท "ทำไมไม่เตือนสติมันบ้างวะ" "พูดกับเพื่อนแกหน่อยสิ" "เตือนๆมันบ้างนะ" แต่อย่างที่บอก ผมยืนยันว่าผม"เคารพการตัดสินใจของมัน"

บางครั้งผมก็คิดเหมือนกันว่า ที่แท้แล้วนั่นอาจจะเป็นการหาความชอบธรรมให้กับตัวเองที่จะไม่เอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยว เป็นการหาเหตุผลดีๆเพื่อที่จะไม่เอาตัวเข้าไปพัวพันกับปัญหาที่อาจตามมา

 ยอมรับว่าบางครั้งผมก็อยากจะทำอะไรให้เจ้าตัวตระหนักในสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำ และผลที่จะตามมา แต่สุดท้ายคำพูดต่างๆก็จะหายไปกับอากาศ ขอโทษทีเถอะ ผมเชื่อว่าคนเรารู้ตัวดีว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นมันดีหรือชั่ว ผมคิดว่าไม่ควรต้องไปพูดกรอกหูว่าสิ่งที่มึงทำหน่ะ มันผิดนะโว๊ย

อีกไม่นานผมคงจะรู้ว่าสิ่งที่ผมเชือนั้นถูกต้องรึเปล่า