สมัยที่ผมเด็กๆ ผมพบว่าอยู่ดีๆร้านขายของชำแถวบ้านก็มีตู้ขายไอติมวอลล์มาวางไว้หน้าร้าน สำหรับเด็กอายุไม่ถึงสิบขวบ แค่นั้นก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นแล้ว
ผมรีบกลับบ้าน ขอตังค์แม่ แล้วรีบปั่นจักรยานไปยังร้านดังกล่าวแทบจะทันที ชั่วอึดใจตู้ไอติมก็อยู่ตรงหน้า ข้างในละลานตาไปด้วยไอติมหลากรสหลายสีสัน (และหลายราคาเช่นกัน) เรียกได้ว่าสวรรค์รำไรอยู่ตรงหน้าเลยทีเดียว
ผมเปิดตู้ เอามือควานไปทั่ว หยิบอันนู้น วางอันนี้มั่วไปหมด อันนี้ก็น่ากิน อันนี้ก็น่าอร่อย อ๊ะ อันนี้เหมือนในโฆษณา แต่พอเหลือบดูราคาก็ต้องวางกลับที่เดิมเพราะเกินงบที่แม่ให้มา ผมสาละวน หยิบๆวางๆจนลืมไปว่าตัวเองเปิดตู้ทิ้งไว้นานเกินไปซะแล้ว
ในที่สุด ป้าเจ้าของร้านก็เดินเข้ามา คงหงุดหงิดที่เห็นไอ้เด็กนี่เลือกไม่ได้ซะที
"เลือกได้รึยังจ๊ะ" ป้าถามน้ำเสียงเรียบๆ
"ยังครับ" เริ่มหวาดๆแฮะ แม้ว่าปกติป้าแกจะเป็นคนใจดีก็ตามที
"เปิดตู้ทิ้งไว้นานๆป้าเปลืองไฟนะ" นั่นไง ป้าเข้าประเด็นแล้ว...
"เอางี้มั๊ย ปิดตู้ก่อน แล้วเลือกจากข้างนอกก็ได้ ตัดสินใจได้แล้วค่อยหยิบขึ้นมาจ่ายตังค์"
.
เย็นวันนั้นผมเลือกไอติมขึ้นมา ได้ทานมันอย่างอเร็ดอร่อยสมใจ...
.
.
ปัจจุบันผมไม่ชอบทานไอติมเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ซื้อทานบ้างนานๆทีเพียงแต่ไม่รู้สึกว่ามันอร่อยสุดแสนเหมือนเมื่อตอนเด็กๆแล้ว และแน่นอน ผมเลือกไอติมได้เร็วขึ้น ส่วนมากจะคิดไว้ก่อนแล้วว่าอยากกินไอติมรสอะไร ก่อนที่จะเปิดตู้...
ผมอยากให้ทุกเรื่องในชีวิตง่ายเหมือนการเลือกซื้อไอติม รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร รสชาติแบบใหน แค่เปิดตู้ หยิบมันออกมาแล้วก็กิน แค่นั้นจบ...
แต่ที่เป็นอยู่ มันเหมือนกับบางครั้งผมตอบตัวเองไม่ได้ว่าผมต้องการอะไร ผมทำได้แค่ยืนงงงวยอยู่หน้าตู้ไอติม ไม่รู้ว่าตัวเองจะเลือกอันใหนดี หรืออย่างเลวร้ายที่สุด ผมอาจจะไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าผมอยากกินไอติมจริงๆรึเปล่า?
สถานการณ์มันยิ่งแย่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะยิ่งผมอยู่ตรงนั้นนานขึ้นเท่าไหร่ ผมก็จะยิ่งงงขึ้นทุกที บางครั้งอาจจะมีคนรอคิวอยู่ข้างหลังผม และคงกำลังสงสัยว่าหมอนี่ทำบ้าอะไรของมันอยู่ นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่ามากยิ่งขึ้นเท่านั้น...
ถ้าชีวิตเราเหมือนกับการซื้อไอติมที่แค่ชอบ เลือก หยิบ จ่ายตังค์ แล้วก็ทานได้เลย คงไม่มีอะไรยอดเยี่ยมเท่านี้อีกแล้ว.