เรื่องของปลาทอง

posted on 20 Aug 2009 18:28 by yatiko

.

.

ฝนตกแค่ชั่วโมงกว่าๆแต่กลับทำให้ลานจอดรถด้านล่างเจิ่งนองไปด้วยน้ำฝน ผมนึกถึงคุณลุงคนกวาดขยะที่มักจะแอบกวาดใบไม้แห้งมาซุกไว้ในท่อระบายน้ำ ทั้งที่ถังขยะมันอยู่ใกล้แค่นี้ แต่แกกลับเลือกวิธีง่ายดายเกิดกว่าเหตุ และผมมั่นใจว่านั่นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ลานจอดรถข้างล่างกำลังกลายสภาพเป็นสระว่ายน้ำอยู่ในตอนนี้ 

 

ผมเร่งลำโพงเครื่องเสียงให้ดังขึ้นแข่งกับเสียงฝน เปิดประตูหลังห้องแล้วออกไปยืนนับเม็ดฝนริมระเบียง ใช้เท้าเขี่ยกระถางกุหลาบให้หลุดพ้นจากอาณาเขตของหลังคาออกไปรับน้ำฝนภายนอก บางทีมันอาจจะชอบน้ำฝนมากกว่าน้ำประปาก็เป็นได้ และถ้าเป็นอย่างนั้นหวังว่ามันจะออกดอกให้ผมได้ชมอีกสักครั้งก่อนที่มันจะตาย และผมจะซื้อกระถางใหม่มาเปลี่ยน ฉับพลันนั้นเอง ผมมองเห็นความผิดปกติเกิดขึ้นในคูระบายน้ำ 

 

ปลาทองสีส้มสดว่ายน้ำไปมาอยู่ในคูน้ำข้างกำแพงสูง มันเป็นภาพขัดแย้งที่ดูแปลกตา สีส้มของมันตัดกับน้ำขุ่นๆที่ชะล้างรวมเอาบรรดาฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่างๆไว้ด้วยกัน ผมแปลกใจว่ามันโผล่มาที่คูระบายน้ำได้อย่างไร มีคนปล่อยมันลงไป(ใคร?) มันกระโดดหนีออกมา (จากไหนล่ะ?) หรือว่ามันเป็นปลาที่ตกลงมาจากฟ้าเหมือนกับฝนที่ตกลงมาเป็นกบอย่างในหนังเรื่อง Magnolia 

 

ผมมั่นใจว่าหากปล่อยปลาทองไว้อย่างนั้นมันจะต้องตายในไม่ช้า จากประสบการณ์วัยเด็กที่ผมเคยเลี้ยงปลาทองอยู่สองสามครั้ง และทุกๆครั้งจบลงด้วยศพลอยอืดอยู่ในอ่าง มันเป็นปลาที่ต้องอาศัยการประคบประหงมเกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้ ตอนนั้นผมยอมแพ้ และอ่างดินเผาที่บ้านก็เปลี่ยนจากปลาทองเป็นปลาหางนกยูงสีสวยฝูงใหญ่ซึ่งไม่ต้องดูแลอะไรมากพวกมันก็สามารถอยู่กันอย่างมีความสุข เจ้าปลาสีส้มตัวนั้นยังคงว่ายน้ำส่ายหางไปมาท่ามกลางสายฝนที่เริ่มลดระดับความแรงลง ลานจอดรถไม่ได้กลายเป็นสระว่ายน้ำอย่างที่ผมคาดหวัง เอาเถอะ จะเอาอะไรมากมายกับฝนหลงฤดู ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว 

 

ผมยังยืนอยู่ที่เดิม นึกสงสัยว่าจะมีใครช่วยเจ้าปลาตัวนั้นรึเปล่า เจ้าของมันจะตามมาช้อนมันขึ้นจากคูน้ำก่อนที่มันจะตายไหม? หรือว่าผมควรที่จะลงไปช่วยมัน แล้วยังไงต่อล่ะ เอาไปปล่อยในสระน้ำใหญ่มันก็คงกลายเป็นอาหารปลาช่อนภายใน5นาที หรือจะเอามันมาเก็บไว้ในถังน้ำบนห้องโดยที่ไม่มีอุปกรณ์อะไรเลยมันก็ต้องตายอยู่ดี 

 

ผมกางร่มเดินลงชั้นล่าง แทรกผ่านช่องว่างระหว่างอาคารเพื่อไปให้ถึงคูน้ำริมกำแพง สนามหญ้าด้านหลังอาคารเปียกแฉะ น้ำในคูเต็มปริ่มจนแทบจะล้นทะลักออกมาอยู่รอมร่อ...อยู่นั่นเอง...ปลาเคราะห์ร้ายที่ยังไม่รู้ว่าในที่สุดชะตามันจะต้องขาดอยู่ในคูระบายน้ำ...  

 

ปลาทองดวงซวยว่ายน้ำอย่างเริงร่าไม่สะทกสะท้านต่อเม็ดฝนที่โปรยลงมา หรือบางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่มันเลือกเอง หนีจากตู้แคบๆออกมาเล่นน้ำฝนภายนอกสักครั้ง แม้ว่าท้ายที่สุดจะต้องแลกด้วยชีวิตของมันเองก็ตาม.

edit @ 20 Aug 2009 18:34:27 by yatiko

แค่...กลับมา

posted on 19 Jun 2009 23:16 by yatiko

หายไปนาน

แต่กลับมาแล้วครับ

 

 

ยังมีคนจำกันได้รึเปล่าหนอ...

สมัยที่ผมเด็กๆ ผมพบว่าอยู่ดีๆร้านขายของชำแถวบ้านก็มีตู้ขายไอติมวอลล์มาวางไว้หน้าร้าน สำหรับเด็กอายุไม่ถึงสิบขวบ แค่นั้นก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นแล้ว

ผมรีบกลับบ้าน ขอตังค์แม่ แล้วรีบปั่นจักรยานไปยังร้านดังกล่าวแทบจะทันที ชั่วอึดใจตู้ไอติมก็อยู่ตรงหน้า ข้างในละลานตาไปด้วยไอติมหลากรสหลายสีสัน (และหลายราคาเช่นกัน) เรียกได้ว่าสวรรค์รำไรอยู่ตรงหน้าเลยทีเดียว

ผมเปิดตู้ เอามือควานไปทั่ว หยิบอันนู้น วางอันนี้มั่วไปหมด อันนี้ก็น่ากิน อันนี้ก็น่าอร่อย อ๊ะ อันนี้เหมือนในโฆษณา แต่พอเหลือบดูราคาก็ต้องวางกลับที่เดิมเพราะเกินงบที่แม่ให้มา ผมสาละวน หยิบๆวางๆจนลืมไปว่าตัวเองเปิดตู้ทิ้งไว้นานเกินไปซะแล้ว

ในที่สุด ป้าเจ้าของร้านก็เดินเข้ามา คงหงุดหงิดที่เห็นไอ้เด็กนี่เลือกไม่ได้ซะที

"เลือกได้รึยังจ๊ะ" ป้าถามน้ำเสียงเรียบๆ

"ยังครับ" เริ่มหวาดๆแฮะ แม้ว่าปกติป้าแกจะเป็นคนใจดีก็ตามที

"เปิดตู้ทิ้งไว้นานๆป้าเปลืองไฟนะ" นั่นไง ป้าเข้าประเด็นแล้ว...

"เอางี้มั๊ย ปิดตู้ก่อน แล้วเลือกจากข้างนอกก็ได้ ตัดสินใจได้แล้วค่อยหยิบขึ้นมาจ่ายตังค์"

.

เย็นวันนั้นผมเลือกไอติมขึ้นมา ได้ทานมันอย่างอเร็ดอร่อยสมใจ...

.

.

ปัจจุบันผมไม่ชอบทานไอติมเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ซื้อทานบ้างนานๆทีเพียงแต่ไม่รู้สึกว่ามันอร่อยสุดแสนเหมือนเมื่อตอนเด็กๆแล้ว และแน่นอน ผมเลือกไอติมได้เร็วขึ้น ส่วนมากจะคิดไว้ก่อนแล้วว่าอยากกินไอติมรสอะไร ก่อนที่จะเปิดตู้...

ผมอยากให้ทุกเรื่องในชีวิตง่ายเหมือนการเลือกซื้อไอติม รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร รสชาติแบบใหน แค่เปิดตู้ หยิบมันออกมาแล้วก็กิน แค่นั้นจบ...

แต่ที่เป็นอยู่ มันเหมือนกับบางครั้งผมตอบตัวเองไม่ได้ว่าผมต้องการอะไร ผมทำได้แค่ยืนงงงวยอยู่หน้าตู้ไอติม ไม่รู้ว่าตัวเองจะเลือกอันใหนดี หรืออย่างเลวร้ายที่สุด ผมอาจจะไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าผมอยากกินไอติมจริงๆรึเปล่า?

สถานการณ์มันยิ่งแย่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะยิ่งผมอยู่ตรงนั้นนานขึ้นเท่าไหร่ ผมก็จะยิ่งงงขึ้นทุกที บางครั้งอาจจะมีคนรอคิวอยู่ข้างหลังผม และคงกำลังสงสัยว่าหมอนี่ทำบ้าอะไรของมันอยู่ นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่ามากยิ่งขึ้นเท่านั้น...

 

ถ้าชีวิตเราเหมือนกับการซื้อไอติมที่แค่ชอบ เลือก หยิบ จ่ายตังค์ แล้วก็ทานได้เลย คงไม่มีอะไรยอดเยี่ยมเท่านี้อีกแล้ว.